MELODIAN or PIANICA

posted on 12 Sep 2011 19:40 by evebztcxoxo
เมโลเดียน (MELODIAN)* หรือเปียนิก้า (PIANICA)** 
เป็นเครื่องดนตรีประเภทเดียวกันกับเปียโน  (PIANO)  และ 
คีบอร์ด (KEY-BOARD INSTRUMENT) ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่มีเสียงมาตรฐานตายตัว สามารถใช้เป็น 
เครื่องเทียบเสียง (TUNER) กับเครื่องดนตรีชนิดอื่น หรือเทียบกับตัวโน้ต เพื่อหาเสียงที่เป็นมาตรฐาน 
ถูกต้อง
 
เมโลเดียน (MELODIAN) หรือเปียนิก้า (PIANICA) แม้จะเป็นเครื่องดนตรีประเภทเดียวกัน 
กับเปียโน (PIANO) และคีบอร์ด (KEY-BOARD) แต่ก็มีความแตกต่างกัน ตรงที่เปียโน (PIANO) 
และคีย์บอร์ด (KEY-BOARD)ไม่ต้องใช้ลมเป่าพื่อทำให้เกิดเสียง แต่เมโลเดียน (MELODIAN) หรือ 
เปียนิก้า PIANICA ต้องใช้ลมในการเป่าและนิ้วกดที่ลิ่ม เพื่อทำให้เกิดเสียง
 
นอกจากนี้ เครื่องดนตรีเมโลเดียน (MELODIAN) ยังมีคุณสมบัติเหมาะที่จะใช้เป็นสื่อในการเรียน 
การสอนวิชาดนตรีศึกษา สำหรับนักเรียน ดังคุณสมบัติที่ดีอีกหลายประการ เช่น
 
•  เป็นเครื่องดนตรีที่ราคาไม่แพงหาซื้อได้ง่ายให้เสียงที่ไพเราะไม่แพ้เครื่องดนตรีชนิดอื่น
 
•  เป็นเครื่องดนตรีที่มีขนาดเล็ก พกพาได้สะดวก 
 
•  เป็นเครื่องดนตรีที่ใช้งานง่าย เพียงแค่ใช้ลมเบาๆก็สามารถเล่นออกเสียงได้ เหมาะกับเด็ก
 
•  เป็นเครื่องดนตรีที่สามารถเล่นทำนองเดี่ยว เล่นเป็นวงหรือเล่นร่วมกับเครื่องดนตรีชนิดอื่นได้
 
•  เป็นเครื่องดนตรีสำหรับฝึกที่ดี  เพื่อเป็นพื้นฐานในการเล่นเครื่องดนตรีชนิดอื่นต่อไป
 
 
 
 

คำถามทบทวน (:

posted on 31 Aug 2011 18:25 by evebztcxoxo
1. มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร
ตอบ   การใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับโปรแกรมซอฟต์แวร์ในการสื่อความหมายโดยการผสมผสาน สื่อหลายชนิด เช่น ข้อความ กราฟิก (Graphic)  ภาพเคลื่อนไหว (Animation) เสียง (Sound) และวีดิทัศน์ (Video) เป็นต้น     เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลเพื่อให้เราเห็นภาพหรือเข้าใจในเนื้อหานั้นๆได้ง่ายขึ้น

2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งที่พิมพ์อย่างไร
ตอบ  การนำเสนอข้อมูลทางเว็บไซต์จะรวดเร็วกว่าและสามารถเชื่อมโยงไปยังแหล่งความรู้อื่นๆได้

3.Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง
ตอบ   PowerPoint เป็นโปรเเกรมในการนําเสอนได้ในหลายรูปเเบบ จะเป็นนําเสนอ เเบบเป็นอักษร เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว โดยตัวโปรเเกรมนั้นสามารถนําสือเหล่านี้มารวมกันได้เเละมีประสิทธิภาพมากที่สุด

 4.การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft Powerpoint แตกต่างกันอย่างไร
ตอบ  การเชื่อมโยงภายใื่อมโยงภายนอกจะใช้จะใช้ไฟล์เดียวกันส่วนการเชื่อมโยงภายนอกอาจเชื่อมโยงจากเว๊บไซต์อินเทอร์เน๊ตก็ได้ 

5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง
ตอบ นำเสนอโดยการพูด อ่าน หรือเขียน การนำเสนอโดยการเขียนก็เขียนใส่ในเอกสารเป็นข้อความต่างๆ

6.นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด
ตอบ กราฟแท่ง เพราะการฟแท่งสามารถเสนอให้เห็นข้อมูลถึงการเปรียบเทียบว่าแต่ละแท่งมีการนำเสนอข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างไรซึ่งมันทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนและง่าย

7.การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน Microsoft Powerpoint สามารถทำได้อย่างไร
  ตอบ    1. คลิกจากเมนู  File > New
            2. คลิกที่ On my computer (บนคอมพิวเตอร์ของฉัน) 
            3. คลิกแท็   บ Presentations ซึ่งเป็นแม่แบบการออกแบบ ซึ่งมีแม่แบบภาพนิ่งไว้ให้เลือกใช้ มีการตรียมหัวเรื่องและลำดับที่จะบรรยาย รวมทั้งมีการตกแต่งไว้อย่างสวยงาม 
            4. คลิกเลือกชุดสไลด์ที่ต้องการ 
            5. คลิกปุ่ม ok  
            6. ใส่หรือแก้ไขข้อความตามต้องการ สามารถนำมาแก้ไขหรือดัดแปลงเพื่อลดขั้นตอนการสร้างสไลด์ใหม่ให้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

8.การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft Powerpoint   สามารถตั้งค่าได้ที่ใด
ตอบ   เลือกกล่องข้อความหรือวัตถุที่ต้องการให้เคลื่อนไหว แล้วคลิกที่แทบด้านบน"นำเสนอภาพนิ่ง" แล้วเลือก "การเคลื่อนไหวที่กำหนดเอง"

9.ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย 3 โปรแกรม
 ตอบ   1. Microsoft PowerPoint    2. Microsoft office word      3. Microsoft Excel

10.ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft Powerpoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่ อย่างไร
ตอบ ได้ เพราะ สามารถใช้เป็นแผนภูมิ แผนภาพ แผนผัง กราฟ เสียง หรืออื่น ๆแทนได้

11.เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft Powerpoint หรือไม่อย่างไร
ตอบ  ไม่ได้ เพราะ การนำเสนอข้อมูลโดยการใช้ Microsoft Powerpoint นำเสนอโดยการแสดงบนจอภาพ

12.Microsoft Powerpoint สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร
ตอบ     ได้   1. คลิกที่ Insert (แทรก) 
                  2. ถ้าจะแทรกอันไหนก็คลิกไปยังอันนั้น
                  3. เลือกไฟล์ แล้วกดตกลง
13.การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร
ตอบ    สามารถเข้าใจได้ง่ายกว่าการนำเสนอแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษรเพราะเราสามารถดูจากภาพได้เลยโดยที่ไม่ต้องอ่าน

14.การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft Powerpoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง
ตอบ    ฮาร์ดแวร์ เช่น คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค ซอร์พแวร์ เช่น  Microsoft   PowerPoint  


15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษรรูปภาพหรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน
ตอบ  คอมพิวเตอร์  โน๊ตบุ๊ค โทรศัพท์

ภาษาจาวา (:

posted on 11 Jul 2011 18:46 by evebztcxoxo

      ภาษาจาวา ( Java programming language) เป็นภาษาโปรแกรมเชิงวัตถุ (Object Oriented Programming) พัฒนาโดย เจมส์ กอสลิง และวิศวกรคนอื่นๆ ที่ ซัน ไมโครซิสเต็มส์ ภาษาจาวาถูกพัฒนาขึ้นในปี พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) โดยเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการกรีน (the Green Project) และสำเร็จออกสู่สาธารณะในปี พ.ศ. 2538 (ค.ศ. 1995) ซึ่งภาษานี้มีจุดประสงค์เพื่อใช้แทนภาษาซีพลัสพลัส (C++) โดยรูปแบบที่เพิ่มเติมขึ้นคล้ายกับภาษาอ็อบเจกต์ทีฟซี (Objective-C) แต่เดิมภาษานี้เรียกว่า ภาษาโอ๊ก (Oak) ซึ่งตั้งชื่อตามต้นโอ๊กใกล้ที่ทำงานของ เจมส์ กอสลิง แต่ว่ามีปัญหาทางลิขสิทธิ์ จึงเปลี่ยนไปใช้ชื่อ "จาวา" ซึ่งเป็นชื่อกาแฟแทน
 

และแม้ว่าจะมีชื่อคล้ายกัน แต่ภาษาจาวาไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับภาษาจาวาสคริปต์ (JavaScript) ปัจจุบันมาตรฐานของภาษาจาวาดูแลโดย Java Community Process ซึ่งเป็นกระบวนการอย่างเป็นทางการ ที่อนุญาตให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกำหนดความสามารถในจาวาแพลตฟอร์มได้

 
จาวาแพลตฟอร์ม และ ภาษาจาวา

เนื่องจากชื่อที่เหมือนกัน และการเรียกขานที่มักจะพูดถึงพร้อมกันบ่อยๆ ทำให้คนทั่วไป มักสับสนว่า ภาษาจาวา และ จาวาแพลตฟอร์ม เป็นสิ่งเดียวกัน

ในความเป็นจริงนั้น ทั้งสองสิ่ง แม้จะทำงานเสริมกัน แต่ก็เป็นสิ่งที่แยกออกจากกัน

โดย ภาษาจาวานั้น คือภาษาสำหรับใช้เขียนโปรแกรมภาษาหนึ่ง ดังที่ได้อธิบายไปข้างต้น ส่วน จาวาแพลตฟอร์มนั้น คือสภาพแวดล้อมสำหรับการใช้งานโปรแกรมจาวา โดยมีองค์ประกอบหลักคือ จาวาเวอร์ชวลแมชีน (Java virtual machine) และ ไลบรารีมาตรฐานจาวา (Java standard library)

โปรแกรมที่ทำงานบนจาวาแพลตฟอร์มนั้น ไม่จำเป็นจะต้องสร้างด้วยภาษาจาวา เช่น อาจจะใช้ ภาษาไพทอน (Python) หรือ ภาษาอื่นๆ ก็ได้

ส่วนภาษาจาวานั้น ก็สามารถนำไปใช้พัฒนาโปรแกรมสำหรับแพลตฟอร์มอื่นได้เช่นเดียวกัน เช่น คอมไพเลอร์ gcj สามารถคอมไพล์โปรแกรมที่เขียนด้วยภาษาจาวา ให้ทำงานได้ โดยไม่ต้องใช้ จาวาเวอร์ชวลแมชีน

 

ขั้นตอนการทำงานของภาษาจาวา

 

ข้อดีของภาษาจาวา

1. โปรแกรมจาวาที่เขียนขึ้น สามารถทำงานได้หลาย platform โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขหรือ compile ใหม่ ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาที่ต้องเสียไปในการ port หรือทำให้โปรแกรมใช้งานได้หลาย platform

2. ภาษาจาวาเป็นภาษาเชิง วัตถุ ซึ่งเหมาะสำหรับพัฒนาระบบที่มีความซับซ้อน การพัฒนาโปรแกรมแบบวัตถุจะช่วยให้เราสามารถใช้คำหรือชื่อ ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในระบบงานนั้นมาใช้ในการออกแบบโปรแกรมได้ ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

3. ภาษาจาวามีความซับซ้อนน้อยกว่าภาษา C++ ทำให้ใช้งานได้ง่ายกว่าและลดความผิดพลาดได้มากขึ้น

4. ภาษาจาวามีการตรวจสอบข้อ ผิดพลาดทั้งตอน compile time และ runtime ทำให้ลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในโปรแกรม และช่วยให้ debug โปรแกรมได้ง่าย

5. ภาษาจาวาถูกออกแบบมาให้มี ความปลอดภัยสูงตั้งแต่แรก ทำให้โปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยจาวามีความปลอดภัยมากกว่าโปรแกรมที่เขียนขึ้น ด้วยภาษาอื่น

6. มี IDE, application server, และ library ต่าง ๆ มากมายสำหรับจาวาที่เราสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทำให้เรา สามารถลดค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปกับการซื้อ tool และ s/w ต่าง ๆ